Facebook

จะทิ้งก็ทิ้งไม่ลง! จะจัดการกับของที่ทิ้งไม่ลงอย่างไร

27 ส.ค. 2021

เคยหรือเปล่า ที่ในห้องมีแต่ของที่ทิ้งไม่ลงทำให้ห้องรกไปหมด?
เคยหรือเปล่า ที่คิดว่าแค่ทิ้งๆของที่ไม่จำเป็นแล้วไปก็จบ แต่ก็ทำไม่ได้สักที?
ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าอะไรทำให้เรามีพฤติกรรมเหล่านี้ และจะสามารถจัดการกับของที่ทิ้งไม่ลงเหล่านี้ได้อย่างไร

 

ก่อนจะจัดการกับของที่ทิ้งไม่ลงเหล่านี้ เราก็ควรจะรู้สาเหตุของพฤติกรรมที่ทำให้เราทิ้งไม่ลงก่อน

เสียดาย
ความเสียดายน่าจะเป็นสาเหตุหลักสำหรับใครหลายๆคน เพราะเสียดาย เราจึงมีความคิดว่าเราอาจจะได้ใช้ของเหล่านี้อีกก็ได้

หรือไม่ก็ของยังไม่พัง เลยยังเสียดายถ้าจะทิ้ง พอคิดอย่างนี้แล้ว แน่นอนว่าเราก็คงทิ้งไม่ลง

มีคนให้มา
ของที่คนอื่นให้มา ไม่ว่าจะเป็นจากคนในครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนๆ ย่อมทิ้งยากกว่าของที่ซื้อมาเองเสมอ

เป็นสิ่งที่มีความหมาย
ถ้าเป็นของที่มีความหมายกับตัวเรา แม้จะไม่ได้ใช้แล้ว แต่ก็ยังทิ้งไม่ลงอยู่ดี บางคนอาจถึงขั้นรู้สึกว่าหากทิ้งของชิ้นนั้นไปจะเป็นการทิ้งความทรงจำเกี่ยวกับของชิ้นนั้นไปด้วย

ซื้อของมาเยอะเกิน
ข้อนี้ ใช้คำว่า ‘ทิ้งไม่ทัน’ น่าจะอธิบายได้ดีกว่า ‘ทิ้งไม่ลง’ อาจมีบางครั้งที่เราซื้อของที่อยากได้มาเยอะเกินไปจนติดเป็นนิสัย ทำให้ห้องเต็มไปด้วยของ จะรีบทิ้งก็ไม่ได้เพราะยังใช้ไม่คุ้ม

หรืออาจเป็นเพราะอาการป่วย
อาการป่วยบางอย่างทำให้เราไม่สามารถทิ้งของที่เรามีอยู่ได้ เช่น โรคซึมเศร้า ภาวะความสามารถของสมองบกพร่อง ภาวะสมาธิสั้น(ADHD) หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ(OCD) เป็นต้น

ถ้าหาสาเหตุของพฤติกรรมทิ้งของไม่ลงไม่ได้ ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นเพราะอาการป่วยดังกล่าว อาจต้องลองศึกษาเพิ่มเติม
หากพบว่าตนเองเข้าข่ายอาการของโรคเหล่านี้ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาหรือคำแนะนำ

ทำอย่างไร ให้ทิ้งไปได้เสียที

          เริ่มทิ้งจากสิ่งที่เป็นขยะก่อน
เริ่มทิ้งจากของที่เป็นขยะหรือของที่ไม่ใช้แล้วจริงๆก่อน เพราะถ้าเริ่มจากพวกเสื้อผ้าหรือของที่ทิ้งไม่ลง จะทำให้เราสับสนได้ว่าควรทิ้งหรือไม่ทิ้งดี

ของที่เป็นขยะก็อย่างเช่น ทิชชู่ ขวดเปล่า กระป๋องเปล่า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ควรทิ้งลงขยะทันทีให้เป็นนิสัย ไม่ควรวางไว้ตามบ้านแล้วเก็บไปทิ้งทีหลังเพราะเราอาจลืมได้

 

เตรียมการที่จะทิ้ง

ถ้ามีการเตรียมการและเตรียมตัวที่จะทิ้งของแล้วก็จะทำให้เราทิ้งได้ง่ายขึ้น ของที่เราควรเตรียมเพื่อจะทิ้ง ได้แก่
– ของที่ไม่ได้ใช้เกิน1ปี
– ของที่ชำรุดหรือเก่าแล้ว
– ของที่มีหลายอัน
ให้นึกไว้เสมอว่าต้องโฟกัสที่การจะทิ้งมากกว่าความรู้สึกเสียดาย แล้วจะทำให้เราทิ้งได้ง่ายถึง แต่ถ้าเป็นของที่ตรงกับเงื่อนไขข้างบนแต่เป็นสิ่งที่มีความหมายหรือความทรงจำสำหรับเราด้วย
ก็อาจถ่ายรูปไว้ดูก่อนทิ้ง หรืออาจเลือกเก็บเฉพาะชิ้นที่สำคัญจริงๆไว้

 

ไม่ทิ้งทีเดียวหมด
ไม่ควรทิ้งทุกอย่างทีเดียวหมด เพราะการนำของทุกอย่างที่จะทิ้งออกมาพร้อมกันทีเดียวอาจทำให้บ้านรกกว่าเดิมเพราะต้องหาที่หาทางสำหรับจำการของที่จะทิ้ง

ควรกำหนดก่อนว่าแต่ละวันจะทิ้งของของห้องหรือบริเวณไหน เช่น วันนี้จะทิ้งเสื้อกันหนาว วันนี้จะทิ้งของที่อยู่บนชั้นหนังสือ เป็นต้น
ถ้าทำแบบนี้แล้วก็ไม่ต้องวุ่นวายขนของไปทิ้งทีละเยอะๆ และยังเป็นการสร้างนิสัยให้ทิ้งของที่ไม่จำเป็นทีละนิดอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

ทิ้งดีไหมนะ” คือทิ้ง
ถ้ามีของชิ้นไหนทำให้เราสับสนว่าจะทิ้งหรือไม่ทิ้งดี ทางที่ดีที่สุดคือ ‘ทิ้ง’

หรือไม่ก็ลองถามตัวเองเพิ่มว่า
          ยังเป็นของที่ใช้อยู่บ่อยๆหรือเปล่า
ยังเป็นของที่น่าจะใช้อยู่หรือเปล่า
          ถ้าเป็นเราตอนนี้ จะซื้อของชิ้นนี้มาหรือไม่
ถ้าเป็นกรณีแรกคือยังเป็นของที่ใช้อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องทิ้ง แต่ถ้าเป็นของที่คิดว่าน่าจะใช้ก็ควรทิ้งไป เช่น พวกกล่องสวยๆต่างๆที่ได้มาจากร้านของฝากที่คิดว่าน่าจะได้ใช้

ถ้าเก็บไว้ก็อาจจะไม่ได้ใช้อยู่อย่างนั้น ของประเภทนี้ควรทิ้งไปเลย เพราะถ้าจะได้ก็สามารถไปหาซื้อตามร้านค้าทั่วไปได้
ถ้าเป็นของที่เราตอนนี้จะไม่ซื้อ หรือไม่รู้สึกกว่าจะซื้อไปทำไม ก็อาจจะถึงเวลาที่จะทิ้ง แต่ถ้าเป็นของราคาแพงที่ไม่ได้ใช้แล้วแต่ก็ไม่อยากทิ้ง
แนะนำให้นำไปรีไซเคิลตามร้านต่างๆที่รับรีไซเคิล หรือไม่ก็นำไปขายออนไลน์ตามแอปพลิเคชั่นต่างๆ

 ทำอย่างไร ให้ของไม่เยอะไปมากกว่านี้

หากทิ้งของที่ควรทิ้งไปหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการไม่ทำให้ของเพิ่มขึ้นมาจนทำให้ห้องรกอีก มีหลายวิธีที่จะช่วยให้เราจัดการเรื่องนี้ได้

คิดดีๆก่อนซื้อ ว่าของชิ้นนั้นจำเป็นหรือไม่
เมื่อจะซื้อของ คิดดีๆก่อนว่าเรามีความจำเป็นต้องซื้อของชิ้นนั้นหรือไม่ มีของชิ้นไหนในบ้านที่สามารถใช้แทนของที่กำลังดูอยู่นี้ได้ไหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันการซื้อซ้ำซ้อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเสื้อผ้าต่างๆที่ถ้าไม่คิดดีๆอาจซื้อเสื้อที่มีลายหรือสีซ้ำกับตัวที่มีอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ควรเลี่ยงการซื้อของที่กำลังลดราคา เพราะเราอาจอยากซื้อเพราะมันราคาถูก ไม่ใช่เพราะมีความจำเป็น ควรซื้อของที่แม้จะเป็นราคาปกติเราก็จะซื้อ
เพราะแสดงถึงความจำเป็นที่เราะต้องใช้ของชิ้นนั้นจริงๆ
นอกจากนี้ สามารถใช้วิธีที่ว่า ‘หากสับสนว่าจะซื้อหรือไม่ ให้ไม่ซื้อ’ ได้ด้วย ไม่ซื้อแล้วรอให้เวลาผ่านไป1สัปดาห์ ถ้าเป็นของที่ไม่จำเป็น พอเวลา1สัปดาห์ผ่านไปเราก็จะลืมไปเองว่าอยากได้

ไม่เพิ่มที่เก็บของ
การไม่เพิ่มพื้นที่สำหรับเอาไว้เก็บของก็สามารถช่วยให้เราไม่ซื้อของเยอะเกินความจำเป็นได้ เช่น ไม่ซื้อกล่องเก็บของหรือชั้นวางของเพิ่ม เป็นต้น

ซื้อ1 ทิ้ง1
ซื้อ1 ทิ้ง1 ก็เป็นอีกเทคนิคที่จะช่วยคุณจัดการข้าวของในบ้าน โดยเมื่อจะซื้อของเข้ามาเพิ่ม1ชิ้น ต้องหาของที่จะทิ้งออกไป1ชิ้นด้วย ปกติควรเริ่มทิ้งจากของที่เก่าและไม่ใช้แล้ว

 

ก็ยังเหลือของที่ทิ้งไม่ลงอยู่ดีหรือเปล่า? ขอแนะนำห้องเก็บของให้เช่า Self Storage
ไม่ต้องขนของทิ้ง เพียงขนของไปเก็บที่ Self Storage บ้านก็สะอาดขึ้นมาได้!

หรือจะขนไปเก็บไว้จนกว่าจะตัดใจทิ้งก็ได้ ก็ไม่มีปัญหา เก็บของที่ Keep it สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ ไร้กังวลเรื่องของหาย
สะดวกสบาย ด้วยบริการของ Keep It Self Storage

Keep It Self Storage Thailand
บริการห้องเก็บของให้เช่าหลายขนาดและราคา
สนใจบริการ โทรเลย! 094-313-8448
Email :               sales@keep-it-th.com

LINE ID:           @keepitth
ขอใบเสนอราคา Click!

TOP