ระบบรักษาความปลอดภัยในห้องเก็บของให้เช่า Self Storage
คงมีหลายคนที่สงสัยเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของห้องเก็บของให้เช่าหรือ Self Storage เพราะอยากจะฝากของสำคัญไว้ แต่ถ้าไม่รู้ว่ามีระบบรักษาความปลอดภัย ก็ยังไม่อุ่นใจ
ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าใน Self Storage มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรบ้าง และเราควรเช็คอะไรบ้างก่อนจะเช่า Self Storage สักห้องหนึ่ง
![]()
![]()
มีขโมยด้วยหรอ?
ถ้าเราไปฝากของไว้ เป็นไปได้ไหมที่ของเราจะโดนขโมย?
คำตอบก็คือ ผู้ให้บริการไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าของของคุณจะไม่ถูกขโมยแน่นอน
โดยปกติแล้ว ลูกค้จะต้องล็อคห้องที่ตนเองเช่า แต่ถ้ากุญแจที่นำมาล็อคห้องเสียหายหรือคุณภาพไม่ดี ก็อาจทำให้มีใครเข้าไปเอาของออกมาได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องเช็คว่าผู้ให้บริการมีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรบ้าง
แต่ละประเภทมีการรักษาความปลอดภัยต่างกัน
ตามที่ได้กล่าวไปในบทความครั้งก่อนๆว่าห้องเก็บของให้เช่ามีด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ แบบในอาคาร แบบนอกอาคารหรือแบบตู้คอนเทนเนอร์ และแบบบริการส่งถึงบ้าน แต่ละประเภทจะมีการรักษาความปลอดภัยต่างกัน
Self Storage แบบในอาคาร
แบบในอาคาร ก็คือแบบที่มีบริการพื้นที่ให้เช่าแบ่งเป็นห้องๆ โดยอยู่ในตัวอาคารทั้งตึก หรือเป็นชั้นทั้งชั้นที่ให้บริการห้องเก็บของ ตามรูปแบบสัญญาแล้วจะเป็นการ “ให้เช่าพื้นที่เก็บของ” ดังนั้น ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลของหรือทรัพย์สินที่อยู่ในห้องก็คือผู้ที่นำมาฝากหรือลูกค้านั่นเอง
Self Storage ประเภทนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องล็อคกุญแจที่ห้องเก็บของของตนเอง นอกจากนั้นแล้วยังมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างระบบคีย์การ์ดบันทึกข้อมูลการเข้าออกของผู้ใช้บริการ กล้องวงจรปิด และการรักษาความปลอดภัยอีกหลายรูปแบบ ทำให้ Self Storage รูปแบบนี้มีความปลอดภัยสูงมาก
Self Storage แบบนอกอาคาร
สำหรับแบบนอกอาคาร ส่วนใหญ่จะเป็นการให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์สำหรับเก็บของ รูปแบบสัญญาก็เป็นเหมือนแบบในอาคาร คือเป็นการ “ให้เช่าพื้นที่เก็บของ” แต่เนื่องจากอยู่นอกอาคาร ทำให้คนอื่นจะสามารถเข้าไปบริเวณรอบๆตู้คอนเทนเนอร์ของเราได้ นอกจากนี้ Self Storage รูปแบบนี้ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณรอบนอกเมือง ทำให้ตอนกลางคืนอาจกลายเป็นที่ลับตาคนได้


Self Storage แบบบริการส่งถึงบ้าน
แบบบริการส่งถึงบ้าน เป็นบริการแบบที่ผู้ให้บริการจะเป็นผู้ไปรับของถึงบ้านของลูกค้า ผู้ให้บริการบางรายอาจมีรูปแบบสัญญาที่ต่างออกไป โดยจะเป็นสัญญา “บริการรับฝากของ” บริการรูปแบบนี้จะมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากของที่ลูกค้าต้องการฝากจะได้รับการดูแลจากผู้ให้บริการโดยตรง ไม่ผ่านบุคคลที่สามหรือคนอื่นใด อย่างไรก็ตาม บริการรูปแบบนี้มีข้อจำกัดเรื่องขนาดของที่สามารถรับฝากได้ จึงจำเป็นจะต้องตรวจสอบล่วงหน้าก่อนใช้บริการเสมอ
จะรู้ได้อย่างไรว่าที่ไหนปลอดภัย?
ตรวจสอบว่ามีการควบคุมการเข้าออกหรือไม่
ในการเลือกใช้บริการห้องเก็บของให้เช่าในอาคาร อย่างแรกคือเราสามารถตรวจสอบจากระบบการจัดการการเข้าออกของผู้ใช้ได้ ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีการใช้ระบบต่างๆ เช่น คีย์การ์ด หรือรหัสระบุตัวตนสำหรับลูกค้าหรือไม่ ระบบเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจได้ว่า อย่างน้อยถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เราจะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีใครเข้าออกบริเวณอาคารบ้าง
ถ้าหากเป็นห้องเก็บของให้เช่าแบบนอกอาคาร ควรตรวจสอบว่าบุคคลภายนอกสามารถเข้าออกบริเวณตู้คอนเทนเนอร์ของเราได้ยากง่ายมากเพียงใด เช่น ถ้าหากเป็นที่มีการติดไฟอย่างสว่างเพียงพอในตอนกลางคืน และไม่ได้เป็นที่ที่ลับตาผู้คน ก็อาจทำให้บุคคลที่สามเข้ามายุ่งบริเวณตู้คอนเทนเนอร์ได้ยาก
มีการทำงานร่วมกับบริษัทรักษาความปลอดภัยหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็น Self Storage แบบในอาคารหรือนอกอาคาร ถ้าหากผู้ให้บริการมีการทำสัญญากับบริษัทรักษาความปลอดภัยแล้วก็จะมั่นใจได้ว่าหากมีเหตุฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้น จะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทรักษาความปลอดภัยเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่เราจะสามารถเรียกเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้โดยการกดปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน ที่อยู่ตามชั้นหรือบริเวณต่างๆรอบๆห้องเก็บของให้เช่า


มีกล้องวงจรปิดหรือไม่
ส่วนใหญ่แล้วห้องเก็บของให้เช่าแบบในอาคารจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ในอาคาร แต่ถ้าหากเป็นแบบนอกอาคารหรือแบบตู้คอนเทนเนอร์ก็อาจมีหลายที่ที่ไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ดังนั้นจึงควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจเช่า
มีพนักงานตรวจเวรหรือไม่
ตรวจสอบดูว่าผู้ให้บริการมีการให้พนักงานเดินตรวจสอบบริเวณรอบๆห้องเก็บของให้เช่าหรือไม่ บางที่อาจมีพนักงานเดินตรวจสอบอยู่เป็นระยะ ทำให้มั่นใจได้อีกระดับหนึ่งว่าของของเราจะปลอดภัย
มีการประกันการสูญหายหรือไม่
อาจพิจรณาการทำประกันสิ่งของสูญหายกับผู้ให้บริการด้วย เผื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น แต่การประกันสิ่งของสูญหายไม่ได้มีถูกที่ และก็ยังมีหลายราคาและหลายความครอบคลุม จึงจำเป็นต้องตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อน


แล้วเราสามารถทำอะไรได้บ้าง?
อย่าเก็บของไว้เยอะเกินความจำเป็น
เมื่อเช่าห้องเก็บของให้เช่าไว้แล้ว เราอาจคิดว่าควรต้องใช้พื้นที่ให้คุ้มโดยการเก็บของเยอะๆ นั่นก็เป็นการใช้สอยพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าดี แต่ก็อาจมาพร้อมความเสี่ยงด้วย เมื่อเราเก็บของไว้เยอะเกินไป แล้วถ้าหากวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น มีคนมาขโมยของเราไปบางชิ้น เราอาจไม่ทันสังเกตเห็นได้ว่าอะไรหายไป ดังนั้น วิธีป้องกันก็คือ ไม่เก็บของไว้เยอะเกินความจำเป็น หรือถ้าหากมีความจำเป็นต้องเก็บของไว้เป็นจำนวนมาก ก็อาจถ่ายรูปของที่นำไปเก็บไว้ เพื่อใช้เช็คและเตือนความจำให้ตัวเองว่าเราเอาอะไรไปเก็บไว้บ้าง
เข้าไปเช็คของที่นำไปเก็บเป็นระยะ
เพื่อความปลอดภัยของสิ่งที่เรานำไปเก็บ ควรเข้าไปเช็คของเป็นระยะ การทำแบบนี้จะทำให้เราสามารถรู้ถึงความผิดปกติของของของเราได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
*****************************
กำลังมองหาห้องเก็บของให้เช่าอยู่หรือเปล่าคะ สามารถติดต่อเราได้ที่ Keep It Self Storage Thailand
https://system.keep-it-th.com/getaquotation/th
หรือคลิกสอบถามโปรโมชั่น ได้ที่
Tel : 094-313-8448
Email : sales@keep-it-th.com
Line ID: @keepitth